วันเสาร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2557

เดือยพญางูเหลือม อาวุธลับของอนาคอนดา

เดือยพญางูเหลือม อาวุธลับของอนาคอนดา

ในโลกนี้มีงูไม่ต่ำกว่า 3,500 ชนิด ในประเทศไทยพบงูไม่ต่ำกว่า 180 ชนิด ในจำนวนนี้เป็นงูพิษ 45 ชนิด และงูพิษอ่อนที่เป็นอันตราย 12 ชนิด แต่มีเพียง 1 ชนิดเท่านั้นที่ไม่มีพิษแต่มีขนาดใหญ่และยาวที่สุดในโลก นั่นคือ งูเหลือม ด้วยความยาวเฉลี่ย 7 – 10 เมตร เคลื่อนไหวเชื่องช้า ออกหากินกลางคืนทั้งบนบกและในน้ำ อาศัยนอนตามโพรงดินโพรงไม้ในที่มืดและเย็น มีผิวเกล็ดเรียบสีน้ำตาลเหลืองลายข้างตัวเป็นวงสีขาวล้อมด้วยสีดำ ภายในสะดือของงูเหลือมมีอวัยวะเล็กๆงอยื่นออกมาลักษณะคล้ายตะขอ 1 คู่ เรียกว่า “เดือย”

เดือยงูเหลือม หรือ เดือยพญางูเหลือม เกิดเฉพาะงูเหลือมตัวผู้ที่อายุมากแล้วเท่านั้นจึงเป็นที่มาของสมญานาม “พญางูเหลือม” กล่าวกันว่างูเหลือมที่มีอายุมากจะไม่เลื้อยออกไปหากินไกลๆแต่จะเลื้อยเป็นวงกลมไปพร้อมๆ กับใช้เดือยฝังลงในดินขีดเส้นทำอาณาเขตไว้และนอนรอเหยื่อให้เข้ามาติดกับอยู่นิ่งๆ ทันทีที่เหยื่อเข้ามาในอาณาเขตก็จะตกเป็นอาหารของมันในที่สุดนอกจากนี้ยังเป็นการเรียกร้องให้งูเหลือมตัวเมียเข้าใกล้ผสมพันธุ์ได้ ยิ่งงูเหลือมมีอายุมากเดือยก็จะยิ่งมีขนาดใหญ่

คนโบราณเชื่อว่าเดือยพญางูเหลือมเป็นของอาถรรพณ์มีมนต์วิเศษมหาจังงัง และมีอานุภาพที่เร้นลับศักดิ์สิทธิ์เป็นของวิเศษผู้ใดมีไว้ครอบครองจะมีโชค มีลาภเข้ามาโดยตลอด ชีวิตรุ่งเรือง ทำมาค้าขายหากินง่ายขึ้นอย่างเหลือเชื่อ และเป็นเครื่องรางที่เด่นด้านให้โชคลาภจากการเสี่ยงโชคโดยเฉพาะ จึงมีบันทึกไว้ในตำราโบราณถึงการเข้าถึงถ้ำลึกด้วยความยากลำบากกว่าจะหาพลีเดือยงูเหลือมมาทำเครื่องราง กล่าวกันว่าจะต้องใช้เฉพาะตัวที่ตายพรายเท่านั้น นำมาตากให้แห้ง ปลุกเสกแล้วปิดทองเฉพาะส่วนที่คล้ายเขี้ยวตะขอ พันด้วยด้ายสีแดงกลางเดือยหรือพันสายสิญจน์ลงยันต์ตลอดทั้งเดือย บ้างก็เลี่ยมกรอบแช่น้ำมัน


พุทธคุณของเดือยพญางูเหลือมเลื่องลือด้านเสี่ยงโชค พกไว้ก็เกิดโชคลาภ เรียกเงิน เรียกทอง ช่วยให้ค้าขายคล่องลูกค้าเข้าร้านไม่ขาดสายและว่ากันว่าดีทางการพนัน มีอำนาจลึกลับที่บันดาลชีวิตความเป็นอยู่ของผู้บูชาเจริญรุ่งเรืองขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ อีกทั้งยังมีพลังทางเสน่ห์ดึงดูดเพศตรงข้าม เช่นเดียวกับงูเหลือมที่มีเดือยสามารถสะกดเหยื่อและงูเหลือมตัวเมียให้เดินเข้ามาหามันเองได้

คาถาบูชาพญางูเหลือม

นะโม 3 จบ

โอมตะมังถังปะกาเสนโต สัดทาทะไกรสราช สีห์วิยะ อิทังคาถะมาหะ

เมื่อท่องคาถาเสร็จแล้วใช้เดือยทั้งสองข้างจิกลงที่พื้นดิน

และให้อธิษฐานขอพรตามปรารถนา

วันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2557

จิ้งจกสองหาง พิการ หรือ มหัศจรรย์

 จิ้งจกสองหาง พิการ หรือ มหัศจรรย์
แม้แต่จิ้งจกที่เกาะแปะอยู่ตามฝาผนังบ้านก็อดไม่ได้ที่จะขึ้นทำเนียบเครื่องรางของขลังกับเขาเหมือนกันแต่ก็ใช่ว่าจะเป็นจิ้งจกธรรมดาๆ เสียเมื่อไหร่เพราะจิ้งจกชนิดนี้เป็นจิ้งจกแปลกที่มีหางสองหาง

เครื่องรางชนิดนี้ก็คือ ซากจิ้งจกที่มีส่วนหางเป็นแฉก มีความเชื่อว่าจิ้งจกนี้จะนำลาภมาให้ คนสมัยโบราณมักจะนำซากจิ้งจกนี้ไปถักเชือกลงรักเลี่ยมกรอบใช้เป็นเครื่องรากพกพาติดตัว โดยหางที่สองอาจเกิดจากความผิดปกติของยีนในตัวจิ้งจก จึงมีกระดูกอ่อนเล็กๆอีกชิ้นหนึ่งยื่นออกมจากบริเวณปลายหางเล็กน้อยมองเห็นเป็นสองแฉก ซึ่งในร้อยตัวอาจจะพบเจอจิ้งจกพิสดารนี้สัก 2 – 3 ตัว จึงกลายเป็นเรื่องมหัศจรรย์ไปเสียเฉยๆ ตามธรรมชาติของหางจิ้งจกนั้นเมื่อขาดไปแล้วจะสามารถงอกใหม่ได้ จิ้งจกจะสละหางเพื่ออำพรางศัตรูแล้วตัวมันก็หนีไป แต่ในทางความเชื่อเรื่องอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์จิ้งจกสองหางถือว่าเป็นความโชคดีอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีไว้ในครอบครอง

ความเป็นมาของเรื่องราวชนิดนี้ว่ากันว่าเป็นวิชาเวทโบราณเป็นวิชาแก้วสารพัดนึก สามารถเรียกโชคลาภและเด่นไปในทางเสน่ห์กามคุณ กล่าวกันว่าเมื่อจิ้งจกพิสดารนี้ตายซากจะไม่เน่าแต่จะแห้งแข็งคล้ายหิน อย่างไรก็ดีก็ยังมีผู้ที่ทำของปลอมเลียนแบบเข้าใจว่าเป็นเพราะจิ้งจกที่มีลักษณะพิกลนี้เป็นของหายาก ทำเลียนแบบนั้นง่ายกว่ากันเยอะเอาจิ้งจกทั่วไปมารีดหางออกให้เป็นสองแฉกแล้วนำไปเลี่ยมกรอบแล้วกล่าวอ้างสรรพคุณให้ดูสมจริง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้ที่จะเช่าเขาจะแยกแยะของจริงของปลอมไม่ออก



การสร้างเครื่องรางชนิดนี้ก็ไม่ได้จำกัดแค่ซากของจิ้งจกที่มีสองหางเท่านั้นยังมีทั้งการแกะงา กะลาตาเดียว และไม้กัลปังหาดำเป็นรูปจิ้งจกสองหางอุดด้วยผงยันต์จากหางของจิ้งจกตัวผู้กับตัวเมียธรรมดาอย่างละหนึ่งตัวบดกับยันต์ใบไม้ชนิดหนึ่งที่เขียนรูปจิ้งจกแล้วชุบน้ำมันอีกวิธีหนึ่งคือ สร้างมาจากเนื้อผสมบ้าง ทองแดงบริสุทธิ์บ้างและโลหะอาถรรพณ์ต่างๆ หล่อเป็นรูปจิ้งจกตัวอ้วนท้วนมีหางสองแฉกแล้วลงอักขระชุบน้ำมันเสน่ห์ นอกจากนี้ยังมีผ้ายันต์ แผ่นยันต์โลหะและการสักยันรูปจิ้งจกด้วยสีดำ แดง และน้ำมัน โดยการสักนั้นมีทั้งการสักเป็นตัวจิ้งจกสองหาง จิ้งจกธรรมดาแบบตัวเดียว หรือสองตัวซึ่งมีลักษณะของหางเกี่ยวรัดกัน อันเป็นความเชื่อในเรื่องกามคุณทางนี้โดยเฉพาะ นิยมสักไว้ในที่ลับหรือตามแขนขาเชื่อกันว่าเป็นเสน่ห์เมตตามหานิยม เจรจาธุระสิ่งใดก็คล่องแคล่วไม่มีอุปสรรค

คาถาบูชาจิ้งจกสองหาง

ตั้งนะโม 3 จบ

อะอิ อะมะ อะมะอะ อิ อะอิจะหัง

อะมะสวาหะ เอหิ อะมะปิ ยะ ธิ ตา มานิ มานะ นะมะพะทะ

เมื่อว่าคาถาแล้ว ต้องทำเสียง “จุ๊ จุ๊ ... จุ๊ จุ๊” แล้วเคาะที่ตัวจิ้งจกเบาๆ